เวลส์ ยังมีหวัง! เฉือน ลิกเตนสไตน์ 1-0 จากประตูของ จอร์แดน เจมส์ – ลุ้นนัดท้ายชี้ชะตากับ นอร์ท มาซิโดเนีย

เจมส์ ยิง เวลส์ ลุ้่นต่อ

ทัพมังกรแดง ทีมชาติเวลส์ (Wales) ยังคงรักษาความหวังในการคว้าตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังบุกไปเฉือนชนะ ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) 1-0 จากประตูสำคัญของมิดฟิลด์ดาวรุ่ง จอร์แดน เจมส์ (Jordan James) ในนาทีที่ 61 แม้จะต้องเจอกับความเหนื่อยยากเกินคาด แต่ผลลัพธ์ครั้งนี้ทำให้พวกเขาก้าวไปสู่เกมชี้ชะตากับ นอร์ท มาซิโดเนีย (North Macedonia) ในนัดสุดท้าย การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม ไรน์พาร์ค สตาดิโอน (Rheinpark Stadion) เมืองวาดุซ ประเทศ ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) โดยทัพเจ้าบ้านที่ประกอบด้วยนักเตะกึ่งอาชีพ ทั้งพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา และผู้เล่นท้องถิ่น ต่างช่วยกันตั้งรับอย่างแข็งแกร่ง แม้พวกเขาจะถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนอันดับ 206 ของโลกจากทั้งหมด 210 ชาติ แต่ตลอดกว่า 60 นาทีแรก พวกเขาสามารถต้านทานเกมบุกของ เวลส์ (Wales) ได้อย่างยอดเยี่ยม แนวรุกของทีมเยือนที่นำโดย เนธาน โบรดเฮด (Nathan Broadhead) , ดาเนียล เจมส์ (Daniel James) และ มาร์ค แฮร์ริส (Mark Harris) พยายามเจาะกำแพงเกมรับของเจ้าบ้าน แต่ไม่สามารถหาจังหวะที่ชัดเจนได้มากนัก

โอกาสแรก ๆ ของ เวลส์ – บูเชิล ป้องกันช่วยเจ้าบ้าน

เวลส์ รองแชมป์กลุ่ม

ประตูของ ลิกเตนสไตน์ ยังคงปลอดภัยจนกระทั่งจังหวะแรกที่ดูมีลุ้นของ เวลส์ เมื่อ เนธาน โบรดเฮด (Broadhead) อาศัยการไล่บีบคู่แข่งจนผู้รักษาประตูของ ลิกเตนสไตน์ อย่าง เบนจามิน บูเชิล (Benjamin Buchel) เสียบอล แต่ลูกยิงของ จอร์แดน เจมส์ (Jordan James) จากนอกกรอบถูกปัดทิ้งไปได้ก่อน จากนั้นในโอกาสถัดมา เจมส์ จ่ายบอลโด่งอย่างแม่นยำให้ โบรดเฮด หลุดเดี่ยว แตะหลบ บูเชิล ไปได้แล้ว แต่ด้วยมุมที่แคบ ทำให้ลูกยิงหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 26 เวลส์ เฉียดได้ประตูขึ้นนำเมื่อ ซอร์บา โธมัส (Sorba Thomas) เปิดลูกเตะมุมลึกไปเสาสอง จอร์แดน เจมส์ (James) โหม่งย้อนเข้ากลางไปในพื้นที่อันตราย ผู้รักษาประตู บูเชิล พยายามชกบอลออก แต่โดนบีบโดย ดีแลน ลอว์เลอร์ (Dylan Lawlor) และ โจ โรดอน (Joe Rodon) จนลูกตกใส่ทาง โบรดเฮด (Broadhead) ได้หวดเข้าไปเต็มข้อ แฟนบอล เวลส์ เฮกันลั่นสนาม แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้ตัดสินชาวอัลบาเนีย ยุซิน จาจา (Juxhin Xhaja) ถูกเรียกให้ไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนาม ก่อนชี้ขาดว่า ผู้เล่น เวลส์ อย่างน้อยหนึ่งคนล้ำหน้าในจังหวะแรกจากการโหม่งของ เจมส์ ทำให้ประตูถูกยกเลิก เจ้าบ้านเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และมีจังหวะสวนกลับที่เกือบได้ลุ้นประตูจากการยิงไกลของ เอมานูเอล ซุนด์ (Emanuel Zund) แต่บอลพุ่งหลุดกรอบไปอย่างหวุดหวิด ท้ายครึ่งแรก บูเชิล ยังโชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง เมื่อป้องกันลูกยิงของ มาร์ค แฮร์ริส (Harris) และ เจมส์ ได้อีก ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

เปิดครึ่งหลัง – เวลส์ เพิ่มความเร็วเกม แต่โชคไม่เข้าข้าง

เมื่อเริ่มครึ่งหลัง เวลส์ เดินหน้าบุกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซอร์บา โธมัส (Thomas) เปิดบอลไปเสาสองให้ ดาเนียล เจมส์ (Daniel James) ซัดเต็มข้อชนเสาอย่างจัง ก่อนที่ เนโก วิลเลียมส์ (Neco Williams) จะได้โหม่งจ่อ ๆ แต่หลุดกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ เกมเริ่มกดดันขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเป็นค่ำคืนที่ เวลส์ ทำอะไรก็ไม่เข้า แต่แล้วประตูที่รอคอยก็มา จังหวะสำคัญมาถึงเมื่อ เนโก วิลเลียมส์ (Williams) แทงทะลุช่องให้ ดาเนียล เจมส์ (Daniel James) สปีดหนีแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนเปิดบอลเรียดผ่านหน้าประตูอย่างเหนือชั้น และเป็น จอร์แดน เจมส์ (Jordan James) ที่วิ่งเข้ามาชาร์จง่าย ๆ ส่งบอลตุงตาข่าย แฟนบอล เวลส์ ราว 3,000 คน ที่เดินทางมาเชียร์ถึงสนามดีใจสุดขีด ความกดดันที่กดทัพมังกรแดงตลอดครึ่งแรกสลายลงในทันที ทันทีหลังยิงประตูได้ จอร์แดน เจมส์ (James) กลับถูกใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ไม่จำเป็น และไม่นานต่อมา กัปตันทีมจำเป็น อีธาน อัมปาดู (Ethan Ampadu) ก็ถูกใบเหลืองเช่นกัน ทำให้ทั้งคู่ต้องติดโทษแบน และหมดสิทธิ์ลงเล่นในนัดสำคัญที่จะพบกับ นอร์ท มาซิโดเนีย (North Macedonia) นี่คือข่าวร้ายที่อาจส่งผลต่อโอกาสผ่านเข้ารอบของ เวลส์ อย่างยิ่ง

ผู้จัดการทีม เคร็ก เบลลามี (Craig Bellamy) ไม่สามารถคุมทีมข้างสนามได้ เนื่องจากติดโทษแบนจากใบเหลืองสะสม ทำให้ผู้ช่วยโค้ช พีต เครเมอร์ส (Piet Cremers) ทำหน้าที่แทน นอกจากนี้ผู้เล่น เวลส์ หลายคน ได้แก่ เจมส์, อัมปาดู, โรดอน และ วิลเลียมส์ ต่างอยู่ในสถานะเสี่ยงติดโทษแบนอยู่แล้ว ซึ่งท้ายที่สุด 2 รายสำคัญก็หลุดจากเกมชี้ชะตาในที่สุด แม้จะขึ้นนำ แต่ เวลส์ ยังคงพยายามยิงประตูเพิ่มเพื่อความมั่นใจ แต่ บูเชิล เซฟได้หลายครั้ง ส่วนเจ้าบ้านเริ่มเปิดเกมมากขึ้นหวังตีเสมอ แต่แนวรับของ เวลส์ นำโดย โจ โรดอน (Rodon) คุมจังหวะได้ดี สุดท้ายจบเกม เวลส์ ชนะ 1-0 แบบหวุดหวิด แม้ชนะไม่ขาด แต่นี่คือชัยชนะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ เวลส์ เพราะทำให้พวกเขามีโอกาสแซง นอร์ท มาซิโดเนีย (North Macedonia) คว้าอันดับสองของกลุ่มได้ หากชนะในเกมสุดท้ายที่สนาม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม (Cardiff City Stadium) ผลนัดต่อไปไม่ใช่แค่การชิงอันดับสอง แต่ยังเป็นการชิงความได้เปรียบในการจับสลากเพลย์ออฟในเดือนมีนาคมอีกด้วย ทัพมังกรแดงจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพื่อรักษาความหวังไปฟุตบอลโลกสมัยต่อไป

author avatar
pc content