ชัยชนะที่เกิดขึ้นหลังจากที่ รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) เคยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า
“บางทีทีมชุดนี้อาจเป็นทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
มันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเคยแสดงความสงสัยในตำแหน่งของตัวเอง
และในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งได้รับการหนุนหลังอย่างเปิดเผยจาก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ (Sir Jim Ratcliffe) ผู้ถือหุ้นรายย่อยของสโมสร
ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า ผลงานอีกไม่กี่เกมข้างหน้าอาจเป็นจุดจบของการคุมทีมของเขา
แต่แล้ว — ที่สนาม แอนฟิลด์
บ้านของคู่ปรับตลอดกาล และคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ทีมของอาโมริมก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้สำเร็จ
พวกเขาคว้าชัยชนะได้อย่างมี “แถลงการณ์”
ไม่ใช่แค่โชค — แต่มันคือการต่อสู้
นี่ไม่ใช่ชัยชนะ “บังเอิญ” แบบเดียวกับเกมบุกชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
เพราะนี่คือเกมที่ยูไนเต็ด ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 7 และนำยาวถึง 83 นาทีเต็ม
ประตูของ ไบรอัน เอ็มเบวโม (Bryan Mbeumo) ตั้งแต่ต้นเกมทำให้ยูไนเต็ดได้เปรียบ
และพวกเขาก็มีโอกาสจะหนีห่างออกไปอีกหลายครั้ง
แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเริ่มตื่นตัว ไล่บีบอย่างหนัก
จนในที่สุด โคดี้ กั๊กโป (Cody Gakpo) ยิงตีเสมอในนาทีที่ 78
หลายคนคิดว่านั่นคือจุดเปลี่ยน — แต่ไม่ใช่สำหรับยูไนเต็ดชุดนี้
เพราะเพียง 6 นาทีต่อมา
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (Harry Maguire) ขึ้นโขกประตูชัยจากลูกครอสอันยอดเยี่ยมของ บรูโน แฟร์นันเดส (Bruno Fernandes)
และทำให้ทีมของอาโมริมกลับมาแซงนำ 2-1
“เรามีโชคเล็กน้อย” อาโมริมยอมรับหลังเกม
แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่คือชัยชนะที่มาจากหัวใจและความกล้า
9 ปีที่รอคอย และชัยชนะที่มากกว่าตัวเลข
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็น ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกมาชนะที่แอนฟิลด์
นับตั้งแต่ยุคของ เวย์น รูนี่ย์ (Wayne Rooney) ที่เคยยิงประตูชัยเพียงลูกเดียวในปี 2016
และยังเป็นครั้งแรกที่ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของอาโมริม
สามารถเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้ “สองเกมติดต่อกัน”
หลังจากที่ต้องรอมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เขาเข้ามาแทน เอริก เทน ฮาก (Erik ten Hag)
สำหรับอาโมริมแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ 3 คะแนนแต่มันคือรากฐานใหม่ของความมั่นใจ — สิ่งที่เขาสามารถ “ต่อยอด” ได้ในที่สุด“นี่คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมในฐานะผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”
อาโมริมกล่าวหลังจบเกมด้วยน้ำเสียงที่ทั้งภูมิใจและโล่งใจ
ช่วงเวลาแห่งความโล่งใจ
ตอนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น แฟนบอลยูไนเต็ดกว่า 3,000 คนที่ตามทีมมาถึงเมอร์ซีย์ไซด์ต่างระเบิดเสียงเฮดังสนั่นในแอนฟิลด์อาโมริมเอง — แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่สุขุมเยือกเย็น —
ก็เผลอแสดงอารมณ์ร่วมออกมาในช่วงสั้น ๆ เหมือนแฟนบอลทั่วไป มันคือภาพของชายคนหนึ่งที่ “ยังไม่แพ้ต่อแรงกดดัน” แม้จะถูกตั้งคำถามตลอดเกือบหนึ่งปีที่คุมทีม







