ความเฉียบคมของ “เครื่องจักรสังหาร” ชาวนอร์เวย์กลับมาสร้างความแตกต่างอีกครั้ง
เพียงไม่ถึง 15 นาทีแรกของเกม ฮาแลนด์ก็แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณนักล่าประตู เมื่อเขาวิ่งสอดแซง ฆวน ฟอยท์ (Juan Foyth) ก่อนจิ้มบอลจังหวะเดียวจากลูกเปิดของ ริโก้ ลูอิส (Rico Lewis) เข้าไปอย่างเด็ดขาด
นี่คือประตูที่ 24 จาก 14 เกม ของฮาแลนด์ในฤดูกาลนี้ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
นอกจากนี้ยังเป็นการยิงต่อเนื่องในทุกรายการเป็นนัดที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเจ้าตัวตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแมนฯ ซิตี้
ก่อนหน้านั้น “เรือใบสีฟ้า” มีโอกาสขึ้นนำตั้งแต่วินาทีแรก — เจเรมี โดคู (Jeremy Doku) ซัดบอลเรียดไปติดเซฟของ ลุยซ์ จูเนียร์ (Luiz Junior) และฮาแลนด์เองก็โหม่งเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดายในนาทีที่ 2
กัปตันแบร์นาร์โดโขกเพิ่ม ปิดกล่องก่อนพักครึ่ง
ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ครองเกมเหนือกว่าตลอดครึ่งแรก และในที่สุดก็มาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 40 จากลูกเปิดแม่นยำของ ซาวินโญ (Savinho) ที่โยนเข้ามาให้ แบร์นาร์โด ซิลวา (Bernardo Silva) โหม่งโล่ง ๆ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย
ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งสะท้อนความเหนือชั้นของแชมป์ยุโรปทีมล่าสุดที่สามารถครองบอลและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเล่นนอกบ้าน
บียาร์เรอัลพยายามสู้ – แต่โดนซิตี้คุมเกมอยู่หมัด
ครึ่งหลังเจ้าถิ่นพยายามฮึดกลับ โดย ปาเป เกย์ (Pape Gueye) ได้โอกาสยิงไกลให้ จานลุยจิ ดอนนารุมมา (Gianluigi Donnarumma) ต้องออกแรงเซฟ ส่วน เรนาโต้ เวียกา (Renato Veiga) อดีตกองหลังเชลซีเกือบตีไข่แตกได้ในช่วงท้ายเกม แต่บอลพุ่งชนเสาไปอย่างน่าเสียดาย
ถึงอย่างนั้น “เรือใบสีฟ้า” ยังคงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด และปิดเกมเก็บสามแต้มเต็มได้อย่างไม่ลำบาก
เป๊ปปลื้มลูกทีม – “ทีมกำลังกลับมามีความมั่นใจ”
หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา ให้สัมภาษณ์กับ TNT Sport ว่า
“ฤดูกาลที่แล้วถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเราในรายการนี้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าบรรยากาศและฟอร์มของทีมกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกอย่างเริ่มเข้าที่อีกครั้ง”
ชัยชนะครั้งนี้นอกจากจะเป็นการตอกย้ำฟอร์มร้อนแรงของฮาแลนด์แล้ว ยังช่วยยุติสถิติไม่ชนะเกมเยือนในแชมเปียนส์ลีกของซิตี้ที่ยืดยาวมากว่าหนึ่งปีเต็ม







