จากความหวังสูงสุดของชาติ สู่ช่วงเวลาที่ยากที่สุดในเส้นทางลูกหนัง

จากความหวังสูงสุดของชาติ สู่ช่วงเวลาที่ยากที่สุดในเส้นทางลูกหนัง

วันที่อุสมาน เดมเบเล่ คว้ารางวัล บัลลงดอร์ 2025 ที่กรุงปารีส โลกฟุตบอลต่างเฉลิมฉลองให้กับการผงาดของปีกชาวฝรั่งเศสที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็น “ตัวแทน” ของเนย์มาร์ ในวันที่เขาอำลาบาร์เซโลนาเมื่อปี 2017

แต่ในอีกฟากหนึ่งของโลก ที่เมืองซานโตส ประเทศบราซิล อดีตซูเปอร์สตาร์ของบาร์เซโลนาและปารีส แซงต์-แชร์กแมง วัย 33 ปี กำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ขา เป็นครั้งที่สามของปี พร้อมกับเข้าร่วม การแข่งขันโป๊กเกอร์ออนไลน์ เพื่อฆ่าเวลา และสุดท้ายเขาก็คว้ารองแชมป์ ได้เงินรางวัลประมาณ 73,800 ปอนด์ — เป็นเพียงการปลอบใจในวันที่เขาต้องมองดูนักเตะที่เคยมาแทนตนบนเวทีโลก ก้าวขึ้นรับรางวัลที่เขาไม่เคยได้สัมผัส

จากความหวังแห่งชาติ...สู่สัญลักษณ์ของความผิดหวัง

การกลับมาสู่สโมสรบ้านเกิด ซานโตส เมื่อเดือนมกราคม 2025 ถูกคาดหวังว่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของเนย์มาร์ หลังจากการผจญภัยที่ยุโรปยาวนานกว่า 12 ปี ทั้งกับบาร์เซโลนา, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ อัล ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบีย

แต่เพียงไม่กี่เดือนหลังกลับมา บรรดาแฟนบอลและสื่อบราซิลเริ่มตั้งคำถามว่า “เนย์มาร์ยังรักฟุตบอลอยู่จริงหรือไม่?” เพราะเขากลับเป็นข่าวเรื่องชีวิตส่วนตัว, สตรีมเกมออนไลน์, และการเล่นโป๊กเกอร์ มากกว่าการทำผลงานในสนาม

เขาพลาดการลงเล่นกว่า 47% ของเกมทั้งหมดในฤดูกาลนี้ จากอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง ขณะที่ผลงานในสนามก็ไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร — เพียง 9 ประตูและแอสซิสต์รวมกัน และในนั้นถึง 5 ประตู มาจากการเจอกับทีมจากดิวิชันล่างในศึกชิงแชมป์รัฐเซาเปาโล

ในเกมระดับบราซิเลียโร่ เซเรียอา (ลีกสูงสุดของบราซิล) เขากลับกลายเป็นเพียงเงาของอดีตซูเปอร์สตาร์ ที่เคยมีชื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด้

เสียงจากตำนาน : “นาฬิกากำลังเดินเร็วขึ้นสำหรับเนย์มาร์”

Brazil's undisputed star? Neymar's World Cup race against time

หนึ่งในคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาคือ โตสเทา (Tostão) ตำนานแชมป์โลกปี 1970 ของทีมชาติบราซิล ที่เขียนในคอลัมน์ของ Folha de S. Paulo ว่า

“แม้แต่ดวงดาวก็ต้องพิสูจน์ว่าพวกเขายังส่องแสงได้อยู่ นาฬิกากำลังเดินเร็วขึ้นสำหรับเนย์มาร์”

คำพูดนั้นสะท้อนความจริงอย่างเจ็บปวด เพราะในวัย 33 ปี เนย์มาร์เหลือเวลาอีกไม่มากในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อจะกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งก่อนฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

อันเชล็อตติยังนิ่ง...แต่ไม่แน่ว่าจะรอนาน

ในวันพุธที่ผ่านมา คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือทีมชาติบราซิล ประกาศรายชื่อทีมชุดล่าสุดสำหรับเกมกระชับมิตรกับ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น — และเช่นเคย ไม่มีชื่อของเนย์มาร์

เขายังไม่เคยลงเล่นภายใต้การคุมทีมของอันเชล็อตติเลยแม้แต่นัดเดียว โดยเกมสุดท้ายในนามทีมชาติของเขาต้องย้อนกลับไปถึง เดือนตุลาคม 2023 ในเกมที่บราซิลแพ้ อุรุกวัย 0-2

นับจากนั้น เนย์มาร์ไม่เคยมีชื่อในทีมชาติอีกเลย โดยอันเชล็อตติให้เหตุผลว่า “นักเตะต้องพิสูจน์ความพร้อมในระดับสโมสรเสียก่อน”

แต่เมื่อเนย์มาร์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมไม่ได้ถูกตัดออกเพราะร่างกายไม่พร้อม แต่มันเป็นการตัดสินใจเชิงเทคนิค”

คำพูดนี้กลับสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการลูกหนังบราซิล เพราะหากนักเตะที่เคยเป็นความหวังสูงสุดของชาติ ถูกมองว่า “ไม่คู่ควรในเชิงเทคนิค” นั่นย่อมสะท้อนว่า บางสิ่งบางอย่างในตัวเขากำลังเปลี่ยนไป

author avatar
b content