สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค (Selhurst Park) ในคืนวันพฤหัสบดีที่เพิ่งผ่านไป คงเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่แฟนบอลคริสตัล พาเลซจะไม่มีวันลืม เพราะมันคือครั้งแรกในรอบเกือบ สามทศวรรษ ที่พวกเขาได้สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง แถมยังเป็นการเปิดตัวที่งดงามด้วยชัยชนะเหนือ เฟรดริกสตัด (Fredrikstad) 1-0 ในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ เลกแรก
แต่ในความสุขก็ยังมีรสชาติขม ๆ แฝงอยู่ เมื่อ เอเบเรชี่ เอเซ นักเตะหมายเลข 10 ผู้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีม ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้เล่น และข่าวการย้ายสู่ อาร์เซน่อล ดูเหมือนจะใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ
การรอคอยสามทศวรรษ: พาเลซกับความฝันยุโรป
ย้อนกลับไปเกือบ 30 ปีก่อน ชื่อของคริสตัล พาเลซแทบไม่เคยถูกพูดถึงในเวทีฟุตบอลยุโรป พวกเขาคือทีมที่เน้นการต่อสู้ดิ้นรนในพรีเมียร์ลีกเพื่อความอยู่รอด มากกว่าการสร้างชื่อเสียงในทวีป
แต่ด้วยการทำงานหนักของผู้จัดการทีมหลายยุค และความพยายามของนักเตะรุ่นต่อรุ่น ในที่สุด “ดิ อีเกิ้ลส์” ก็ได้โอกาสอีกครั้ง และพวกเขาไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เปิดบ้านเก็บชัยชนะได้ทันทีในแมตช์ประวัติศาสตร์
บรรยากาศที่เซลเฮิร์สท์ พาร์ค
ในวันแข่งขัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนบอลแห่กันเข้าสนามอย่างล้นหลาม หลายคนร้องเพลงเชียร์ บางกลุ่มถือป้ายที่เขียนด้วยมือเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม
แต่สิ่งที่สะดุดตาอย่างมากคือ เสื้อหมายเลข 10 ชื่อ Eze ที่กระจายอยู่เต็มอัฒจันทร์ แสดงถึงความรักและความผูกพันที่แฟน ๆ มีต่อเขา แม้รู้ดีว่าคืนนี้อาจเป็น “การอำลาทางอ้อม”
ชัยชนะเหนือเฟรดริกสตัด: จุดเริ่มต้นที่สดใส
เกมนี้พาเลซเล่นด้วยความมุ่งมั่น แม้จะขาดเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ แต่ระบบทีมยังคงเดินหน้าอย่างมั่นใจ ประตูชัย 1-0 อาจไม่ได้หวือหวา แต่ก็เพียงพอให้พวกเขาได้เปรียบก่อนบุกไปเล่นเลกสองในนอร์เวย์
ชัยชนะนี้ถูกจารึกว่าเป็น ชัยชนะนัดแรกของคริสตัล พาเลซในฟุตบอลยุโรป ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครสามารถลบได้
เงาของเอเซที่ปกคลุมค่ำคืน
แม้ชัยชนะจะสร้างรอยยิ้ม แต่หลายคนไม่อาจละสายตาจากความจริงที่ว่า เอเบเรชี่ เอเซ ไม่ได้อยู่ในทีมอีกต่อไป ข่าวการย้ายไปอาร์เซน่อลถูกพูดถึงมาตลอดสัปดาห์ และเมื่อโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีม ออกมายืนยันหลังเกมว่า “เขาจะไม่เล่นให้พาเลซอีกแล้ว” แฟนบอลหลายคนถึงกับน้ำตาคลอ








