อาร์เซน่อลชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 ในนาทีสุดท้าย มากัลเญสเป็นฮีโร่

อาร์เซน่อลชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 ในนาทีสุดท้าย มากัลเญสเป็นฮีโร่

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2024/25 แมตช์เดย์ที่ 6 ได้มอบความตื่นเต้นสุดระทึกให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2025 ที่ผ่านมา ในเกมที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ก เมืองนิวคาสเซิล อาร์เซน่อลสามารถแซงชนะเจ้าบ้านนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดไปได้อย่างน่าทึ่งด้วยสกอร์ 2-1 โดยกาเบรียล มากัลเญส กลายเป็นฮีโร่ตัวจริงด้วยการยิงประตูชัยชนะในนาทีที่ 90+6 ทำให้ปืนใหญ่สามารถกระโดดขึ้นมาอยู่ในอันดับรองฝูงของตารางคะแนน และจี้ลิเวอร์พูลผู้นำตารางอยู่เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

การชนะในเกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออาร์เซน่อล หลังจากที่ต้องเสมอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมก่อนหน้า ทำให้พวกเขาต้องการชัยชนะเพื่อรักษาโมเมนตัมในการไล่ล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ ขณะที่นิวคาสเซิ่ลก็พยายามหาแต้มเพื่อปรับปรุงอันดับที่ยังไม่น่าพอใจนัก เกมนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การแข่งขันธรรมดา แต่เป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งทางจิตใจและความสามารถในการต่อสู้จนถึงนาทีสุดท้ายของทั้งสองทีม

สถิติและฟอร์มก่อนเกมของทั้งสองทีม

ก่อนที่จะเข้าสู่การวิเคราะห์เกม เราต้องมาดูฟอร์มและสถิติของทั้งสองทีมก่อนการพบกันในครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจบริบทของเกมได้ดีขึ้น

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมเจ้าถิ่นเข้าสู่เกมนี้ด้วยฟอร์มที่ค่อนข้างผันผวน พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 15 ของตารางคะแนน จากการแข่งขันไป 5 นัด มีผลงานชนะ 1 เสมอ 3 และแพ้ 1 รวมได้ 6 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าความคาดหวังของทีมที่มีศักยภาพและทุนสำรองมากมาย ในเกมล่าสุดก่อนหน้านี้ พวกเขาเสมอกับบอร์นมัธไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แสดงให้เห็นถึงปัญหาในเรื่องของการทำประตูที่ยังไม่คมกริบเท่าที่ควร

ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิ่ลต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าทีมจะมีนักเตะคุณภาพอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, แอนโธนี่ อีแลงก้า, และซานโดร โตนาลี่ แต่การทำงานร่วมกันยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม การเล่นบนสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ก ซึ่งเป็นป้อมปราการของพวกเขา มักจะทำให้ทีมมีกำลังใจและพลังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลที่เต็มสนาม

ในขณะที่อาร์เซน่อล ทีมเยือนเข้าสู่เกมนี้ด้วยฟอร์มที่ดีกว่าเล็กน้อย จากการแข่งขัน 5 นัด พวกเขามีผลงานชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 รวมได้ 10 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง ในเกมล่าสุด ปืนใหญ่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่ง 2-2 ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ แม้จะไม่ได้ชัยชนะ แต่การเสมอกับทีมท็อปฟอร์มอย่างซิตี้ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีม

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมชาวสเปน มีความมั่นใจในแนวทางการเล่นของทีม โดยเฉพาะระบบการครอบครองบอลและการสร้างเกมจากแนวหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาร์เซน่อล ทีมมีนักเตะคุณภาพในทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น บูคาโย ซาก้า ที่เป็นแนวรุกที่แหลมคม, มาร์ติน เอเดการ์ด ที่เป็นกัปตันและหัวหอกของทีม, รวมถึงแนวรับที่แข็งแกร่งด้วย วิลเลียม ซาลิบา และกาเบรียล มากัลเญส ที่กลายเป็นฮีโร่ในเกมนี้

จากสถิติและฟอร์มของทั้งสองทีม จึงคาดการณ์กันว่าเกมนี้อาร์เซน่อลน่าจะมีความได้เปรียบมากกว่า แต่ฟุตบอลก็คือความไม่แน่นอน และนั่นคือสิ่งที่เราได้เห็นในเกมนี้

จังหวะสำคัญในครึ่งแรก

Key moments in the first half

เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น อาร์เซน่อลได้เข้าครอบครองเกมตั้งแต่นาทีแรก โดยพยายามสร้างจังหวะการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 5 ปืนใหญ่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปแล้ว เมื่อเอเบเรชี่ เอเซ่ แนวรุกหนุ่มของทีม ได้เก็บบอลตกหน้ากรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยเท้าขวาอย่างแม่นยำ บอลพุ่งไปทางมุมประตู แต่นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูของนิวคาสเซิ่ลที่อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม สามารถพุ่งไปปัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด จังหวะนี้เป็นสัญญาณแรกที่บอกว่าอาร์เซน่อลมีแผนที่จะรุกหนักตั้งแต่ต้นเกม

นาทีที่ 14 เกิดจังหวะที่เป็นประเด็นถกเถียงอย่างมากในเกมนี้ แนวรับของนิวคาสเซิ่ลเกิดความผิดพลาดในการส่งบอลกลับหาผู้รักษาประตู ทำให้ไก ฮาเวิร์ตซ์ แนวหน้าของอาร์เซน่อลฉวยโอกาสฉกบอลไปได้ก่อนจะแตะบอลหลบนิค โป๊ป ที่วิ่งออกมาปิด จนทำให้โป๊ปล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินหลักคือ จาร์เรด กิลเล็ตต์ เป่านักหวิดชี้ว่าเป็นจุดโทษให้กับอาร์เซน่อล

แต่แล้วก็มีสัญญาณจากห้อง VAR (วิดีโอ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน) แจ้งเข้ามาว่าต้องการให้ตรวจสอบจังหวะดังกล่าว กิลเล็ตต์ จึงวิ่งไปดูการเล่นซ้ำบนจอข้างสนาม หลังจากชมวิดีโอหลายมุมและใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาตัดสินใจยกเลิกการตัดสินจุดโทษ โดยมองว่านิค โป๊ป ไม่ได้ทำฟาวล์กับฮาเวิร์ตซ์ แต่ผู้เล่นอาร์เซน่อลหกล้มเองหลังจากพยายามหลบผู้รักษาประตู การตัดสินนี้ทำให้แฟนบอลอาร์เซน่อลไม่พอใจอย่างมาก เพราะพวกเขามองว่าโป๊ปมีการขัดขวางการเคลื่อนตัวของฮาเวิร์ตซ์อย่างชัดเจน

อาร์เซน่อลไม่ท้อถอยจากการตัดสินดังกล่าว พวกเขายังคงรุกหนักต่อเนื่อง ในนาทีที่ 25 ลีอันโดร ทรอสซาร์ด แนวกลางของทีม ได้โอกาสซัดจากมุมแคบทางซ้ายของเขตโทษ บอลพุ่งไปอย่างแรง แต่น่าเสียดายที่กระทบเสาประตูออกไป จังหวะนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสทองที่อาร์เซน่อลพลาดไป

แค่ 4 นาทีถัดมา ในนาทีที่ 29 เอเบเรชี่ เอเซ่ ได้โอกาสอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการซัดวอลเลย์จากระยะประชิดประตูหลังจากเก็บบอลตกหน้าปากประตู เขาซัดด้วยกำลังเต็มที่ แต่นิค โป๊ป อีกครั้งก็แสดงฟอร์มอันยอดเยี่ยมด้วยการพุ่งไปปัดบอลออกไปได้อย่างน่าทึ่ง การเซฟของโป๊ปในครึ่งแรกนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นิวคาสเซิ่ลยังรักษาประตูสะอาดไว้ได้

นาทีที่ 32 บูคาโย ซาก้า ดาวเตะปีกขวาของอาร์เซน่อล ได้โอกาสทองอีกครั้ง เขากระชากบอลหนีแนวรับของนิวคาสเซิ่ลขึ้นมาทางขวา ก่อนจะตัดเข้ามาในเขตโทษและซัดไปที่เสาแรก แต่นิค โป๊ป อีกครั้งก็ยังทุบบอลออกไปได้ ณ จุดนี้ แฟนบอลอาร์เซน่อลเริ่มหงุดหงิดกับการที่ทีมสร้างโอกาสได้มากมายแต่ยังทำประตูไม่ได้สักที

แต่แล้วในนาทีที่ 34 ความคาดหวังของทุกคนก็พลิกผัน เมื่อนิวคาสเซิ่ลกลับสามารถทำประตูขึ้นนำได้อย่างไม่คาดฝัน จากการโจมตีเร็วหลังจากตัดบอลได้ในแดนกลาง ซานโดร โตนาลี่ แนวกลางชาวอิตาลี ได้บอลทางขวาก่อนจะเปิดบอลครอสเข้ามากลางประตูอย่างแม่นยำ นิค โวลเตอร์มาเด้อ แนวหน้าชาวอิตาลีของนิวคาสเซิ่ล ขึ้นโขกบอลด้วยแรงและจังหวะที่ดี บอลพุ่งหลุดมือดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อล ก่อนกระดอนเข้าไปในประตู นิวคาสเซิ่ลขึ้นนำ 1-0

ประตูนี้เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด หลังจากที่อาร์เซน่อลเป็นฝ่ายครอบครองเกมและสร้างโอกาสมากมาย แต่นี่คือฟุตบอล ที่บางครั้งทีมที่ได้โอกาสน้อยกว่าก็สามารถทำประตูได้จากการใช้โอกาสอย่างมีประสิทธิภาพ แฟนบอลเจ้าบ้านที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ก ระเบิดความดีใจอย่างล้นหลาม ขณะที่นักเตะอาร์เซน่อลต่างเงียบงัน พยายามปรับอารมณ์ให้พร้อมสำหรับการไล่ตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรก

หลังจากนั้นจนจบครึ่งแรก อาร์เซน่อลพยายามกดดันหาประตูตีเสมอ แต่การป้องกันของนิวคาสเซิ่ลก็แน่นหนาและมีระเบียบ นำโดยฟาเบียน เชียร์ กัปตันทีม และแดน เบิร์น ที่ป้องกันอย่างเข้มแข็ง ประกอบกับนิค โป๊ป ที่ยังคงฟอร์มสุดยอด ทำให้ปืนใหญ่ต้องเข้าพักครึ่งด้วยการตามหลัง 0-1

การปรับเปลี่ยนและจังหวะสำคัญในครึ่งหลัง

เมื่อเกมเริ่มครึ่งหลัง มิเกล อาร์เตต้า ได้ทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เล็กน้อย โดยพยายามให้ทีมเพิ่มความเร็วในการหมุนเวียนบอลและการเคลื่อนตัวของนักเตะ เพื่อหาช่องว่างในแนวรับของนิวคาสเซิ่ลที่ตั้งรับอย่างหนาแน่น อาร์เซน่อลยังคงครอบครองบอลได้อย่างครอบงำ แต่การเจาะเข้าไปในเขตโทษยังคงเป็นปัญหา

นาทีที่ 59 เป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกม เอเบเรชี่ เอเซ่ แตะบอลสั้นๆ มาให้กับ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ แนวหลังซ้ายของทีม ซูบีเมนดี้ได้บอลก่อนจะยกหยอดเข้าไปในเขตโทษอย่างสวยงาม ให้กับ ยูเรียน ทิมเบอร์ แนวหลังตัวสำรอง ที่เพิ่งลงมาเล่นในตำแหน่งเดินเกมตอนนั้น ทิมเบอร์ โหม่งบอลไปทางประตูอย่างดี แต่นิค โป๊ป อีกครั้งก็แสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมด้วยการล้มตัวปัดบอลออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ จังหวะนี้แฟนบอลอาร์เซน่อลต่างอุทานด้วยความผิดหวัง เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำประตูได้เลยในวันนี้

อาร์เตต้า ตัดสินใจทำการเปลี่ยนตัวหลายคน เพื่อเพิ่มความสดชื่นและเปลี่ยนจังหวะการเล่น หนึ่งในนั้นคือการส่ง มิเกล เมรีโน่ แนวกลางชาวสเปนลงสนาม เมรีโน่เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์และมีความสามารถในการทำประตูจากลูกตั้ง

และผลของการเปลี่ยนตัวนั้นก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 84 อาร์เซน่อลได้ลูกเตะมุมทางซ้าย เดแคลน ไรซ์ แนวกลางชาวอังกฤษ ยกบอลเข้ามาในเขตโทษอย่างสวยงาม มิเกล เมรีโน่ ที่เพิ่งลงมาเล่นได้ไม่นาน เบียดร่างคู่แข่งก่อนจะโหม่งบอลจากระยะประมาณ 8 หลา บอลพุ่งไปอย่างแรงและแม่นยำ กระดอนชนเสาสองเหลี่ยมในก่อนดีดเข้าประตู นิค โป๊ป ยืนมองไปอย่างสิ้นหวัง ไม่สามารถทำอะไรได้ อาร์เซน่อลตีเสมอเป็น 1-1

สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ก เงียบกริบ ขณะที่นักเตะและแฟนบอลอาร์เซน่อลระเบิดความดีใจ ประตูนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม ทำให้ทั้งสองทีมต่างตื่นตัวและพยายามหาประตูชัยชนะ บรรยากาศของเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่นิวคาสเซิ่ลกำลังจะปิดเกมด้วยชัยชนะ 1-0 กลับกลายเป็นว่าทั้งสองทีมมีโอกาสเท่าๆ กันในการคว้าชัยชนะ

จังหวะประตูชัยและดราม่าท้ายเกม

หลังจากที่อาร์เซน่อลตีเสมอได้ เกมยังคงดำเนินต่อไปอย่างตึงเครียด ทั้งสองทีมต่างพยายามหาประตูชัยชนะ แต่ความระมัดระวังก็เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่อยากเสียประตูในช่วงท้ายเกม ผู้ตัดสินให้เวลาทดเทลไปอีก 7 นาที เนื่องจากมีการหยุดเกมหลายครั้งเพื่อตรวจสอบการบาดเจ็บและการใช้ VAR

ในนาทีที่ 90+4 เกิดจังหวะที่เป็นประเด็นอีกครั้ง แอนโธนี่ อีแลงก้า แนวหน้าของนิวคาสเซิ่ล กระดกบอลขึ้นไปและบอลไปโดนแขนของ กาเบรียล มากัลเญส ผู้เล่นแนวหลังของอาร์เซน่อล นักเตะนิวคาสเซิ่ลร้องขอจุดโทษ กรรมการฟังสัญญาณจากห้อง VAR และตัดสินใจไปดูการเล่นซ้ำ หลังจากพิจารณาแล้ว เขาตัดสินใจว่าไม่เป็นจุดโทษ เพราะบอลแฉลบเท้าของมากัลเญสก่อนที่จะลอยขึ้นมาโดนแขน ซึ่งถือว่าเป็นการแตะที่ไม่ได้ตั้งใจและอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหว

การตัดสินครั้งนี้ทำให้แฟนบอลนิวคาสเซิ่ลไม่พอใจอย่างมาก พวกเขามองว่าควรเป็นจุดโทษ เพราะบอลชัดเจนว่าโดนมือ แต่กฎฟุตบอลในปัจจุบันระบุว่า ถ้าบอลแฉลบจากส่วนอื่นของร่างกายก่อนแล้วค่อยโดนมือ และมือนั้นอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติ ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำฟาวล์ การตัดสินของกรรมการจึงถือว่าถูกต้องตามกฎ

แต่แล้วดราม่าที่แท้จริงก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 90+6 อาร์เซน่อลได้ลูกเตะมุมอีกครั้ง บูคาโย ซาก้า ยกบอลเข้ามาในเขตโทษจากด้านขวา กาเบรียล มากัลเญส นั้นแหละ ผู้เล่นที่เพิ่งจะรอดพ้นจากการถูกเป่าจุดโทษ วิ่งเข้ามาพร้อมกับจังหวะที่สมบูรณ์แบบ เขาโหม่งบอลด้วยกำลังและความแม่นยำ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม นิค โป๊ป แม้จะพยายามยื่นมือไปแล้ว แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ อาร์เซน่อลแซงนำ 2-1

สนามระเบิด นักเตะอาร์เซน่อลทุกคนวิ่งไปรวมตัวกันฉลองประตู ขณะที่มากัลเญสกลายเป็นฮีโร่ของเกม จากผู้ที่เกือบจะกลายเป็นจอมวายร้าย กลับมาเป็นผู้ยิงประตูชัยชนะ นี่คือฟุตบอล

author avatar
ab content